ดราม่าไฟแลบแปล๊บๆ เมื่อ Dendi ผู้เล่นจากทีม Natus Vincere ออกโรงขอพูดเคลียร์เรื่องราวที่ทุกคนสงสัยและคาใจ ว่าทำไมถึงไม่ย้ายไปทีมอื่น? ยึดทีมไปเป็นของตัวเองแล้วหรือไง? รวมถึงอนาคตในทีม Na’Vi

เนื่องจาก Dendi ของเราระบายไว้ยาวมาก เราจึงขอสรุปสั้นๆ ไว้ใน “ยาวไปไม่อ่าน” แล้วกัน

ยาวไปไม่อ่าน: Dendi เล่น Dota ด้วยใจรัก ไม่ได้สนใจเรื่องเงินหรือชื่อเสียงเลยแม้แต่น้อย ที่อยู่กับ Na’Vi มาจนถึงทุกวันนี้เพราะอยากให้ทีมที่เป็นเหมือนบ้านตัวเองเติบโตขึ้น Dendi ได้เงินเดือนจาก Na’Vi น้อยกว่าทีม VP, Secret เงินส่วนแบ่งจากสปอนเซอร์ก็ไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยเอ่ยปากขอขึ้นเงินเดือน เพราะรักที่จะอยู่ทีมนี้

เวลา Na’Vi ต้องการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในทีม Dendi ไม่เคยเห็นด้วยเลยสักครั้ง เขาอยากจะทำให้ทีมเติบโตไปด้วยกันมากกว่าเปลี่ยนตัวไปมาทุกครั้งที่มีผู้เล่นฟอร์มตก

Dendi ไม่คิดเคยอยากจะเลิกเล่น ไม่เคยอยากจะเปลี่ยนตำแหน่ง ไม่ว่าทุกคนจะพูดอย่างไรก็ตาม เพราะเขาเล่น Dota เพราะใจรักและใจสั่งมา

หลังจากนี้ก็ขอพักผ่อน เยียวยาทั้งกายและใจ เมื่อพร้อมก็จะกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนการเปลี่ยนตัวหรือย้ายผู้เล่นในทีมนั้น Dendi ยังไม่ทราบ และตัวเขาจะยังอยู่ Na’Vi ต่อไปหรือไม่ก็ต้องรอเวลาก่อน เพราะเขาไม่สามารถตัดสินใจตัวคนเดียวได้

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผู้เล่นที่ดูร่าเริง ได้รับความรักจากคนในวงการจะต้องออกมาระบายเสียยาวยืดขนาดนี้ ต่อไปนี้ก็จะคอยให้กำลังใจพ่อหนุ่มผู้ไม่ย่อท้อต่อไปนะ สู้ๆ จ้าา T__T

หากเพื่อนๆ อยากรู้เรื่องราวอื่นๆ นอกจากนี้ก็เลื่อนลงไปอ่านฉบับเต็มด้านล่างได้เลย


Dendi โพสต์ผ่าน Twitlonger เล่าถึงเรื่องวงในของทีม Na’Vi และอนาคตของเขาในฐานะผู้เล่น Dota

Dendi ที่ Boot camp ของ Na’Vi ที่มา: fb.com/Natusvincere

สวัสดีครับทุกคน ผมอยากจะเขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องในทีมและความเกลียดชังที่ได้รับมานานแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที ผมคิดว่าต้องทำมันตอนนี้แหละ เพื่อตอบโต้สิ่งต่างๆ ที่ไร้สาระที่ทุกคนพูดถึงมาหลายปี

ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนี้เพราะหลายคนชอบฟังแต่คนที่อยู่เหนือขึ้นไปเท่านั้น ผมอยู่แค่เพียงจุดล่างสุดของหลุมลึกมานานมากแล้ว แม้ว่าจะมีแสงส่องลงมาที่หลุมอันมืดมิดแต่โอกาสก็ไม่เคยมาถึงเลยสักครั้ง

ดังนั้นผมขอพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้จากในหลุมของผมแล้วกัน ^_^


เรื่องความเกลียดชังที่ได้รับ

เป็นเรื่องยากมากที่ผมจะทำความเข้าใจว่าคนเราจะเกลียดหรือไม่ชอบคนที่ไม่เคยทำอะไรให้เลย หรือคนที่เราไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเขาได้อย่างไร ผมถามตัวเองมาตลอด ลองจินตนาการว่าตัวเองเป็น Hater หรือคนที่เกลียดผม

คำถามแรกคือ ผมไปทำอะไรให้คุณ เราไม่รู้จักกัน ผมแค่เล่น Dota และใช้ชีวิตไปวันๆ คุณเองก็เหมือนกัน

ผมระลึกได้นานแล้วว่าเราจะทำให้ทุกคนชอบเราไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ทำตัวอย่างไร ก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบเราหรืออิจฉาเรา หรืออะไรประมาณนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ผมไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กต์ ผมเคยทำพลาดเหมือนกับคนอื่น แต่ผมพยายามจะเป็นคนดีตั้งแต่แรกและต่อไป

ความโกรธเกลียด Na’Vi เมื่อผลงานถดถอยลงนั้นเป็นแค่สิ่งที่ทุกคนทำตามๆ กัน ปฏิเสธไม่ได้หรอก เรื่องนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2014 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าทำไม? คำถามนี้ยากมาก สิ่งที่ผมคิดคือตอนแรกคงมาจากความอิจฉา
หลายคนอิจฉาความสำเร็จของคนอื่นและโกรธที่บางคนได้รับความรักและการจดจำ

ทุกอย่างมันจะดีขึ้นกว่านี้ ถ้าเหล่าคนในวงการไม่ได้สนับสนุนความเกลียดชัง ไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคนที่เกลียดด้วย หรือพยายามดันตัวเองขึ้นมาจากอะไรแบบนี้


เรื่องเงินๆ ทองๆ

ผมอยากจะแก้ข่าวหน่อยว่าผมไม่เคยได้เงินส่วนแบ่งสปอนเซอร์ของทีมเลย เผลอๆ เงินเดือนที่ได้น่าจะน้อยกว่าผู้เล่นจากทีมอื่นเช่น VP (สมัยก่อนผลงานเราดีกว่าทีมนั้นมาก) ผู้เล่นจาก EG, Team Secret อาจจะได้รายได้มากกว่าผมถึง 2 เท่าด้วยซ้ำ ถ้าออกจาก Na’Vi ก็คงหาเงินได้มากกว่านี้ไปแล้ว

ผมไม่เคยขอให้ทีมขึ้นเงินเดือนให้ เพราะการเชื่อใจในทีมของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทีมพยายามจะขยับขยาย หาคนมาทำงานในหลายๆ ตำแหน่งเพิ่มเพื่อทำให้ทีมดีขึ้น

อย่างไรเสียผมก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Na’Vi และอยากให้ทีมที่เป็นเหมือนบ้านหลังหนึ่ง ทีมที่ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นแรมปีเติบโตขึ้น

ถ้าผมอยากจะได้เงินมากๆ ก็คงออกจาก Na’Vi ไปตั้งแต่ 2014-2015 แล้ว ขนาดสตรีมให้แฟนๆ ดูก็ยังไม่ได้เงินเยอะอะไรเลยด้วย ผมก็แค่อยากจะทำอะไรที่รัก ที่ทำให้มีความสุข


เรื่อง Social Media

ตลอดเวลาที่อยู่ Na’Vi มา เขาไม่เคยคิดอยากจะไปออกหน้าออกตาตามสื่อไหนเลยแม้ว่าจะมีโอกาสเข้ามาตลอด

ผมจะเล่นโซเชียลมีเดียให้มากกว่านี้ ไปออกรายการทีวี (ที่หลายรายการชอบเชิญ) หรือทำ Blog ก็ได้ แต่พอทำ Vlog ช่วง TI5 และ WDC 2016 กับ 2017 การซ้อมและคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังทำให้ผมไม่อยากทำอะไรแบบนั้นอีก

ผมจะไลฟ์และทำอะไรที่ชอบแล้วกัน ถ้าทีมขอให้ทำคลิปหรือทำสัมภาษณ์ก็จะทำตามนั้น


การครองอำนาจใน Na’Vi

การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในทีม กว่า 80% ผมไม่เคยเห็นด้วยเลยตั้งแต่ ArsArt, LightofHeaven จนมาถึง Lebron
ZeroGravity เคยบอกว่าผมเป็นคนหัวโบราณ มันก็อาจจะจริงนะ แต่ผมเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายจึงเป็นเรื่องยากมากที่ผมจะปฏิเสธหรือเมินคนๆ หนึ่งไปและชอบคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง

ผมมีนิสัยหนึ่งที่แก้ยาก (และควรแก้ด้วย) คือควรเปลี่ยนอะไรบางอย่างในเวลาที่มันเป็นไปไม่ได้ ผมให้โอกาสผู้เล่นคนอื่นๆ เพื่อที่เราจะแก้ปัญหานั้นร่วมกัน

ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นใน Na’Vi แทบจะทุกครั้ง แต่การตัดสินใจที่ถูกต้องนั้นยากมาก ผมเข้าใจว่า Na’Vi พยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน


เรื่องอายุกับวงการอีสปอร์ต

Dendi ที่ The Summit 2013

หลายคนชอบพูดว่าอีสปอร์ตมีแต่ผู้เล่นอายุน้อย ไม่ค่อยมีผู้เล่นอายุมากเท่าไรแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? เพราะว่าผู้เล่นเหล่ายังช่วยเหลือครอบครัวไม่ได้ และไม่รู้อนาคตตัวเอง

แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว และจะมีผู้เล่นอายุมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเงินที่เข้ามาสู่อีสปอร์ตมีมากขึ้น ผมคิดว่าเรื่องอายุน่ะไร้สาระทั้งเพ สิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึกของผู้เล่น สุขภาพ และแรงจูงใจต่างหาก

อายุเป็นปัญหาที่ทำให้ความสนใจในสิ่งต่างๆ และมองเห็นปัญหาในชีวิตมากขึ้น ถึงได้มีบางคนที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเกมแต่ก็ยังทนเล่นอยู่เพราะเกมทำเงินให้เขาได้ แต่วิธีคิดแบบนี้จะไม่ทำให้พวกเขาชนะ

พูดกันตรงๆ ผมใช้เวลากับ Dota มากเป็นสามเท่าของเมื่อก่อน ย้อนกลับไปในปี 2012-2013 เราแทบจะไม่ได้ซ้อมเลยและยังสู้ทุกคนได้ แต่ตอนนี้เราใช้เวลา 40 วันด้วยกันเพื่อเก็บตัวซ้อมและลงแข่งขัน เราซ้อมทีมด้วยกันและซ้อมด้วยตัวเองเกือบทุกวัน พอกลับถึงบ้านแล้วก็ยังเล่นต่อ

ที่พูดมานี่ไม่ใช่จะบ่นนะ ตรงกันข้ามเลย ผมได้รับความสนุกสนานจากการทำอะไรอย่างนี้ ผมไม่เห็นว่าอายุจะเป็นปัญหาอะไรเลย มีแต่ความขี้เกียจและการหาข้ออ้างให้ตัวเองเท่านั้นแหละ ทุกคนในทีมต้องเลือกจัดลำดับความสำคัญอย่างเอา Dota ไปไว้เหนือเรื่องอื่นๆ (ปาร์ตี้, ไปเที่ยว, การเดินทาง) ส่วนตัวผมจึงเห็นว่าอายุมากไม่ใช่ปัญหา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนก็มีความคิดของตัวเอง


จะย้ายไปเล่นตำแหน่งอื่นบ้างไหม

ผมเล่น Dota เพราะผมรักเกมนี้ ผมมีความสุขที่ได้เล่นเกมนี้ ผมไม่ได้เล่นเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียงหรืออะไรเลย
ผมจะยังเล่น Dota ในระดับโปรต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความรักที่มีให้กับเกมนี้ ผมไม่คิดว่าใครจะมีอำนาจตัดสินใจว่าผมควรจะเลิกเล่นตอนไหน หรือควรจะเล่นตำแหน่งไหน ผมเล่น Mid เพราะว่าผมอยากเล่น และผมจะยังเล่น Mid ต่อไปถ้าใจอยากจะเล่น

ไม่มีคำพูดของใครจะส่งผลอะไรกับเรื่องนี้ได้เลย ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น มีสิทธิ์เชื่อว่าความคิดของตัวเองจะทำให้ทีมและตัวเองดีขึ้น แต่ผมขอเล่นในตำแหน่งที่ผมอยากก็พอ


เรื่องการเป็นผู้นำทีม

“ทุกคนอยากจะเป็น Miracle” 

ตำแหน่งกัปตันทีมคือคนที่ได้รับความเคารพและมีอำนาจมากกว่าคนอื่นๆ คนที่จะต้องนำทีมไปสู่ชัยชนะและเป็นคนที่ช่วยเหลือทีมได้ในยามที่ยากลำบาก

การเป็นกัปตันนั้นจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง บางคนก็มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด บางคนก็ต้องฝึกฝนเพื่อให้ได้มันมา ตัวอย่างคือผมเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนน้อม ไม่อยู่เหนือคนอื่น ผมไม่ชอบความขัดแย้งและเป็นคนที่ชอบความประนีประนอมมากกว่าจะแก้ต่างให้กับความคิดเห็นของตัวเอง (ถึงบางครั้งผมจะออกแนวดื้อๆ บ้างก็เถอะ)

ผมว่าผมเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดี ไปอยู่ทีมไหนก็ได้และทำให้ดราฟต์ของทีมนั้นออกมาแข็งแกร่งขึ้น

คนดราฟต์กับกัปตันนั้นทำหน้าที่แตกต่างกัน และคนทำหน้าที่นั้นคนละคนกันด้วย แต่บางครั้งก็มีคนหนึ่งทำ 3 หน้าที่ บางทีมก็แยกหน้าที่กัน บางครั้งหน้าที่นี้แบ่งกันทำหลายคน คือเรื่องแบบนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละทีม ทุกทีมก็มีวิธีการที่ต่างกัน มันไม่มีแผนหรือการควบคุมอะไรที่เพอร์เฟกต์เต็มร้อย ผมถึงได้ตลกที่เห็นหลายคนพูดคุยกันและคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นดีที่สุด เป็นธรรมดาที่ความเห็นของคนส่วนนึงกลายเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่

ผมเคยเล่นกับ ArtStyle, Puppey, SoNNeikO, Pajkatt, PSM และ FNG ทุกคนเก่งในทางของตัวเองและมีวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เวลา call และการประสานงานกันในทีมนั้นเกิดขึ้นจากผู้เล่นหลายคน ทีมจะเลือกว่าไอเดียไหน ทิศทางไหนจะเข้ากับเกม ควรทำอะไรในสถานการณ์นั้นๆ การตัดสินใจเรื่องแบบนี้ผู้เล่นทุกคนจะต้องช่วยกัน ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่าควรจะไป Gank ที่ไหน หรือเรื่องใหญ่เช่นไปโรชาน, ดันป้อม เรื่องแบบนี้จะต้องให้คนอื่นจัดการ

ผู้เล่น Support สามารถประสานงานในช่วง 10 นาทีแรกของเกมได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องคอยพะวงกับการเล่นและหน้าที่อื่นๆ เหมือนกับผู้เล่น Mid หน้าที่ Support คือการเดินไปทั่วแมพและคิดว่าตัวเองหรือทีมจะควรจะทำอะไรต่อไป

ถ้าเลยจากนั้นแล้วผู้เล่นไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ต้องจะต้องตัดสินใจร่วมกัน แล้วแต่ว่าใครอยากจะนำทีมและเพื่อนเชื่อใจใครกันมากไหน นั่นเป็นช่วงเวลาของสกิลที่สำคัญที่สุดแล้วก็คือ “ความเชื่อ”

ในความคิดของผม นั่นเป็นสกิลที่สำคัญที่สุดของผู้เล่น ถ้าไม่มีความเชื่อใจในเพื่อนร่วมทีม ทีมก็จะไม่ไปไหน ถ้าไม่เชื่อว่าเพื่อนร่วมทีมจะถล่มฝ่ายตรงข้ามได้ เขาก็จะแพ้ ถ้าไม่เชื่อว่าจะไม่ชนะทีมไฟท์ เราก็จะแพ้ มันถึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

เราจะได้รับความเคารพนับถือมาพร้อมๆ กับอำนาจ ชัยชนะ หรืออะไรอย่างอื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะได้รับความเชื่อใจด้วย ซึ่งมันยากมาก ต้องเรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่หลายครั้งที่ความหยิ่งผยองและอีโก้นั้นจะมาเป็นตัวขัดขวางเพราะเราจะคิดว่าเรารู้เรื่องนี้มากกว่าคนอื่น หรือมีอะไรดีกว่าคนอื่นแล้ว

ผู้ที่ได้รับหน้าที่ดราฟต์นั้นเป็นหน้าที่ที่แยกออกมาจากตำแหน่งอื่นๆ ถ้าคนที่คอยประสานงานมารับหน้าที่ดราฟต์ด้วยก็จะดีกว่า คนดราฟต์จะต้องนึกภาพให้ออกว่าต้องเล่นอย่างไรในเวลาเลือกตัว และเป็นหน้าที่ของคนในทีมที่ต้องทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป ให้ผู้เล่น 2 คนแยกหน้าที่กันว่าคนหนึ่งดราฟต์ อีกคนหนึ่งคอยประสานงานก็ได้เหมือนกัน

สิ่งสำคัญคือการเชื่อในความคิดหนึ่งและพยายามทำให้ได้ ตระเตรียมการซ้อมมาด้วยกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันจะยากถ้ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมากและต่างคนต่างเสนอความเห็นตัวเองออกมา และทุกคนอยากจะเป็น Miracle (ผู้เล่นจากทีม Liquid)”

บางทีมโค้ชจะเป็นคนดราฟต์ให้ (ตัวอย่างคือทีมจีนหลายๆ ทีม หรืออาจจะ Mineski ผมจำไม่ได้) บางทีมก็ให้ Support 5 เป็นคนดราฟต์ บางทีมก็ให้ Carry ดราฟต์ (Ramzes666, VP)

ผมพยายามจะรับหน้าที่ดราฟต์ให้กับทีมในช่วง 2 เดือนหลังมานี้ ผมพยายามจะเป็นกัปตันทีม พยายามประสานงานมากกว่าเดิม แต่ผลก็ออกมาไม่ดีสักเท่าไร จะต้องเรียนรู้อะไรแบบนี้เพิ่มอีก

ผมว่าผมพัฒนาตัวเองได้ในระดับหนึ่งกับการเป็นคนดราฟต์ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น (แต่ผมก็ยังไม่เก่ง) ผมกลายเป็นกัปตัน เป็นทุกอย่าง อย่างที่ผมบอกมาตั้งแต่ต้นว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมคนเดียว
ผมยังขาดทักษะอะไรบางอย่าง ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขัดเกลา มันเป็นงานที่ยากสำหรับผม

ถ้าเป็นคนอื่นในสถานการณ์เดียวกันก็อาจจะทำได้ดีกว่านี้ ผมเข้าใจดีว่าผมจะเล่นได้ดีกว่านี้ในการผู้เล่นและเพื่อนร่วมทีมที่ดี

ทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นผู้ชม, นักวิเคราะห์, นักพากย์ ต่างก็เห็นแค่เพียงแผ่นหลังของผู้เล่นเท่านั้น ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมบ้าง ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนดราฟต์ที่แท้จริง ไม่รู้ว่าใครตัดสินใจอะไรจุดไหน ใครเป็นกัปตันที่แท้จริงและใครเป็นผู้นำที่อยู่หลังม่าน

ผมถึงได้ขอให้ทุกคนอย่าสรุปไปเอง เรามักจะเลือกฟังเพียงแค่เหตุผลด้านในด้านหนึ่งของคนอื่น บางครั้งคนเหล่านั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคำถามที่ได้รับมา


เรื่องทีม

dendi ให้สัมภาษณ์กับ StormStudio ปี 2016

ในทีมของเราหลังจากเปลี่ยนผู้เล่นครั้งล่าสุด การเล่นก็ดิ่งลงเหวไปเลย ผมเสียใจและหงุดหงิดกับผลที่ออกมาเป็นอย่างนี้ แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไป และหลายอย่างกำลังรอเราอยู่ในอนาคต (จะยังอยู่ด้วยกันต่อหรือแยกจากกัน)

ผมอยากจะขอโทษแฟนๆ ที่คอยเชียร์ให้กำลังใจเราอย่างสุดหัวใจมาตลอด ผมมั่นใจพวกเราทุกคนพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วแต่เราไม่เคยเลยที่จะเล่นเป็นทีมอย่างแท้จริง ทุกคนมีความคิดเห็นที่ต่างกันผลจึงออกมาเป็นอย่างนี้

ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้ละอายใจกับการเล่นของตัวหรอก ผมพยายามอย่างมากที่สุดแล้ว ผ่านความเครียดและภาระหน้าที่ต่างๆ ใช่เลยที่ว่าหลายอย่างควรจะออกมาดีกว่านี้ เล่นดีกว่านี้ ตัดสินใจได้ดีกว่านี้ แต่ทุกคนก็ทำพลาดไปแล้ว

ทีมหนึ่งนั้นชนะด้วยกันและแพ้ด้วยกัน ทีมเรามีตั้ง 8 คน ผู้เล่น 5, นักวิเคราะห์, โค้ช และผู้จัดการ คือผมจะลากไส้เรื่องเน่าๆ ออกมาพูดก็ได้ แต่ไม่ล่ะ

ถามว่าทำไมเราถึงแพ้ เหตุผลหลักๆ มีแค่ 2 อย่าง (และเหตุผลย่อยอีกเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)
1. เราไม่ใช่ทีม (และไม่เคยเป็นได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว) มันมีอะไรหลายอย่างเชื่อมโยงกัน จากการเชื่อใจในกันและกัน ช่วยเหลือกัน เข้าใจกันและอื่นๆ จนกลายเป็นเพื่อนกัน เราหาทางเข้ากันไม่ได้เลย (ซึ่งทำให้เล่นด้วยกันเป็นทีมไม่ได้)
2. เกมที่เราแพ้ เราแพ้เพราะดราฟต์ (ซึ่งเป็น 70% ที่วัดผลแพ้ชนะใน Dota ตอนนี้) เราแพ้และมันค่อนข้างน่าอายทีเดียว

ความพ่ายแพ้หรือความเกลียดชังไม่สามารถทำลายผมได้ ผมจะยังคงทำในสิ่งที่ผมรักและชอบต่อไป ผมขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนและเชียร์มาตลอด

ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่รู้ว่าจะยังเล่นให้กับ Na’Vi ต่อไปหรือย้ายไปทีมอื่น แต่ผมแน่ใจว่าผมจะยังคงเดินเชิดหน้าในเส้นทางนี้ต่อไป


อนาคต

ปีที่แล้วผมเหนื่อยสายตัวแทบขาด ผมทุ่มเททุกอย่างท่ามกลางความเหนื่อยล้าและสุขภาพที่ถดถอย

dendi ที่ TI7 ภาพจาก: Valve

ตอนนี้ผมวางแผนที่จะพักสักหน่อยก่อนจะเริ่มฤดูกาลต่อไป เพื่อพักผ่อน เยียวยา เพื่อรีเซ็ตตัวเองในด้านสภาพจิตใจและกลับมาทำงานหนักอีกครั้ง

ผมไม่รู้ว่าโชคชะตาจะนำพาผมไปทางไหน ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปเล่นกับใครที่ไหน และผมก็ยังไม่มีแผนหรือคิดถึงมันเลย จะอยู่กับ Na’Vi ต่อไหม เวลาก็จะเป็นตัวบ่งบอก ของแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมเพียงคนเดียว

ผมคิดไว้ว่าจะเล่นเกมชิลๆ อาจจะสตรีมเพื่อแฟนๆ สักหน่อย และตอบคำถามที่ผมไม่ได้นึกถึงหรือลืมพูดถึงในนี้ ผมอาจจะย้อนดูการเล่นของทีมเราด้วย

ขอให้จำไว้ว่าอย่าไปเสียเวลากับความเกลียดชัง ความอิจฉา ริษยา และอารมณ์ประเภทนั้น คนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว

จากดาเนียของคุณ

ru/en trans

Facebook Comments